Bournemouth vs Liverpool : อิราโอล่ากลับถิ่นเก่า เกมที่หงส์แดงห้ามประมาทความดุดันของเจ้าบ้าน
เกมพรีเมียร์ลีกระหว่าง Bournemouth vs Liverpool คืนวันที่ 20 กันยายน 2026 มีเรื่องให้น่าติดตามมากกว่าการเป็นเกมที่ลิเวอร์พูลต้องออกไปเยือนทีมซึ่งยังตามหาชัยชนะนัดแรกในลีก
เพราะครั้งนี้ Andoni Iraola จะกลับไปที่ Vitality Stadium ในฐานะกุนซือลิเวอร์พูล หลังจากเขาเคยใช้เวลาสามฤดูกาลคุมบอร์นมัธ พาทีมจบอันดับ 6 พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อน และพาสโมสรไปเล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนย้ายมารับงานที่แอนฟิลด์ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
แค่เรื่องนี้ก็น่าจะทำให้บรรยากาศของเกมแตกต่างจากพรีเมียร์ลีกนัดธรรมดาแล้ว
อิราโอล่ารู้จักนักเตะบอร์นมัธหลายคนดี รู้ว่าสนามแห่งนี้มีลักษณะอย่างไร และน่าจะเข้าใจวิธีคิดของทีมเก่าพอสมควร
แต่ในอีกมุมหนึ่ง นักเตะบอร์นมัธเองก็เคยทำงานกับเขามาหลายปีเช่นกัน
ดังนั้นคำถามที่น่าสนใจคือ ใครจะรู้ทางใครมากกว่ากัน
ลิเวอร์พูลเดินทางไปเกมนี้ด้วยสถานการณ์ที่ค่อนข้างแปลก พวกเขายังไม่แพ้ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ แต่จากสี่นัดแรกกลับเสมอไปถึงสามเกม โดยล่าสุดเพิ่งถูกฟูแล่มบุกมาแบ่งแต้มด้วยผล 0-0 ที่แอนฟิลด์
พูดง่าย ๆ คือผลการแข่งขันยังไม่ได้แย่
แต่ก็ยังไม่ใช่จังหวะที่ทีมกำลังไหลลื่นเต็มที่
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลเพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาได้จากคาราบาวคัพ หลังชนะท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-1 โดย Iraola เปลี่ยนตัวจริงถึง 10 ตำแหน่งจากเกมกับฟูแล่ม ทำให้นักเตะตัวหลักหลายคนได้พักก่อนกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง
นี่ทำให้เกมเยือนบอร์นมัธน่าสนใจขึ้นมาอีกระดับ
เพราะลิเวอร์พูลกำลังต้องการเปลี่ยนจากทีมที่ “ยังไม่แพ้” ให้กลายเป็นทีมที่เริ่มเก็บชัยชนะต่อเนื่องให้ได้
และเกมนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่ชื่อของสองทีมทำให้หลายคนคิด
Bournemouth vs Liverpool : บอร์นมัธยังไม่ชนะในลีก แต่รูปเกมไม่ได้แย่อย่างผลการแข่งขันบอก
ถ้าดูแค่ผลสี่นัดแรก บอร์นมัธยังไม่มีชัยชนะในพรีเมียร์ลีกภายใต้ Marco Rose
พวกเขาแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ก่อนเสมอเอฟเวอร์ตัน 1-1, นิวคาสเซิล 2-2 และล่าสุดเสมอเบรนท์ฟอร์ด 2-2
บนหน้าตารางมันอาจดูไม่ดีนัก
แต่ถ้าได้ดูรูปเกมจริง ๆ ผมคิดว่าลิเวอร์พูลไม่ควรเข้าไปเล่นด้วยความรู้สึกว่าเจ้าบ้านกำลังอยู่ในช่วงเปราะบาง
เกมกับเบรนท์ฟอร์ดเป็นตัวอย่างที่ชัดมาก
บอร์นมัธตามหลังก่อน แต่กลับมาแซงนำ 2-1 จากประตูของ Justin Kluivert และ Marcus Tavernier ก่อนจะเสียประตูตีเสมอจากความผิดพลาดในเกมรับและจบด้วยผล 2-2
เกมนั้นบอร์นมัธสร้างโอกาสได้เยอะมาก
รายงานการแข่งขันระบุว่าพวกเขามีจังหวะกดดันต่อเนื่องในช่วงท้าย และเกือบได้ประตูชัยจาก Ben Gannon-Doak ที่ยิงแฉลบไปชนเสา
ตรงนี้แหละที่ทำให้ผมมองว่าผลเสมอสามนัดติดของบอร์นมัธไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเล่นไม่มีอะไร
ปัญหาจริง ๆ คือการเปลี่ยนช่วงที่ตัวเองเล่นดีกว่าให้กลายเป็นชัยชนะ
พวกเขาสร้างโอกาสได้
พาบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายได้
แต่ยังเสียประตูง่ายเกินไปในบางจังหวะ
นี่อาจเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียเวลาต้องเจอลิเวอร์พูล
ถ้าบอร์นมัธยังกล้าเล่นเหมือนที่ผ่านมา เกมนี้สามารถสนุกได้มาก เพราะพวกเขาไม่ใช่ทีมที่ตั้งใจจะถอยไปรับอยู่หน้ากรอบเขตโทษทั้งเกม
แต่การเปิดพื้นที่แบบนั้นให้ทีมที่มี Alexander Isak, Cody Gakpo, Florian Wirtz หรือ Bradley Barcola เล่น ก็ถือว่าเสี่ยงเหมือนกัน
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องจับตาคือสภาพร่างกายของเจ้าบ้าน
บอร์นมัธมีโปรแกรมเดินทางไปเยือน Real Sociedad ในยูโรปาลีกวันที่ 17 กันยายน ก่อนกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูลในวันที่ 20 กันยายน ซึ่งเท่ากับมีช่วงพักค่อนข้างสั้นหลังเกมยุโรปนัดประวัติศาสตร์ของสโมสร
สำหรับทีมที่ไม่ได้มีขุมกำลังขนาดใหญ่เหมือนทีมระดับหัวตาราง เรื่องนี้มีโอกาสส่งผลกับการเลือกตัวผู้เล่น
โดยเฉพาะถ้าเกมที่สเปนต้องใช้พลังงานสูง
ลิเวอร์พูลอาจพยายามเร่งจังหวะตั้งแต่ต้น เพื่อดูว่าเจ้าบ้านมีอาการล้าหรือไม่
และถ้าบอร์นมัธผ่านช่วงต้นไปได้ ผมคิดว่าเกมจะยิ่งน่าสนใจ
เกมแดนกลางน่าจะดุ และการเพรสซิ่งจะเป็นหนึ่งในจุดสำคัญของเกม
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากเวลา Iraola เจอกับทีมเก่าคือสไตล์การเล่นบางส่วนอาจมีความคุ้นเคยกันสูง
ตลอดช่วงที่เขาคุมบอร์นมัธ ทีมมีภาพชัดเจนเรื่องการเล่นด้วยความกล้า การเพรสสูง และพยายามทำให้คู่แข่งตัดสินใจเร็ว
ตอนนี้แนวคิดลักษณะนั้นถูกนำไปใช้กับลิเวอร์พูลด้วย
หลังเกมคาราบาวคัพที่ชนะสเปอร์ส Cody Gakpo พูดถึงการที่ทีมสามารถแย่งบอลกลับคืนในพื้นที่สูงได้หลายครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมต้องการจากแนวทางการเล่นของ Iraola
ดังนั้นเกมนี้อาจมีช่วงที่ทั้งสองฝ่ายพยายามบีบกันตั้งแต่แดนบน
และถ้าเป็นแบบนั้นจริง การเสียบอลเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนเป็นโอกาสยิงได้ทันที
ฝั่งบอร์นมัธมี Tyler Adams และ Alex Scott ที่สามารถเล่นเกมแดนกลางด้วยความเข้มข้นได้ดี ขณะที่ Tavernier กับ Kluivert เป็นผู้เล่นที่พร้อมวิ่งโจมตีพื้นที่ทันทีที่ทีมแย่งบอลกลับมาได้
ลิเวอร์พูลเองก็มีตัวเลือกเยอะ
ทั้ง Alexis Mac Allister, Dominik Szoboszlai, Ryan Gravenberch และ Florian Wirtz
ผมคิดว่าสิ่งสำคัญสำหรับทีมเยือนไม่ใช่แค่การครองบอลเยอะกว่า
แต่คือการผ่านการเพรสชุดแรกของบอร์นมัธให้ได้
เพราะถ้าพาบอลผ่านแนวแรกมาได้ พื้นที่ด้านหลังมักจะเปิดขึ้น
และตรงนั้นคือบริเวณที่ลิเวอร์พูลมีผู้เล่นซึ่งสามารถสร้างความเสียหายได้หลายคน
อีกเรื่องที่ต้องดูคือความเร็วในการเล่นบอล
เกมที่ลิเวอร์พูลเสมอฟูแล่ม 0-0 มีช่วงที่ทีมดูขาดความสดและความคมในการเข้าทำ ซึ่ง Iraola เองยอมรับหลังเกมว่าทีมดูไม่สดเท่าที่ควรหลังโปรแกรมกลางสัปดาห์
ถ้าบอลเคลื่อนช้าแบบนั้นอีกครั้ง ผมคิดว่าบอร์นมัธจะชอบ
เพราะเจ้าบ้านจะมีเวลาถอยกลับไปจัดตำแหน่งและปิดช่อง
แต่ถ้าลิเวอร์พูลเล่นบอลหนึ่งถึงสองจังหวะและเปลี่ยนแกนเร็ว เกมรับเจ้าบ้านจะต้องเคลื่อนที่เยอะมาก
ยิ่งถ้าสภาพร่างกายได้รับผลจากเกมยุโรป พื้นที่อาจเริ่มเปิดในช่วงครึ่งหลัง
ตรงนี้คือเหตุผลที่ผมคิดว่าเกมแดนกลางอาจสำคัญกว่าสถิติการครองบอลบนหน้าจอเสียอีก
ทีมที่พาบอลผ่านพื้นที่นี้ได้เร็วกว่าจะได้เปรียบมาก
Alexander Isak คืออาวุธที่บอร์นมัธปล่อยพื้นที่ให้ไม่ได้
ถ้าจะเลือกผู้เล่นลิเวอร์พูลที่ผมคิดว่าแนวรับบอร์นมัธต้องระวังมากที่สุด หนึ่งในนั้นต้องเป็น Alexander Isak
กองหน้ารายนี้เพิ่งแสดงให้เห็นแล้วว่า ถ้าได้พื้นที่เพียงเล็กน้อยเขาสามารถลงโทษคู่แข่งได้ทันที
เกมพรีเมียร์ลีกที่ลิเวอร์พูลบุกชนะอิปสวิช 2-0 เขายิงสองประตูภายใน 10 นาทีแรก โดย Cody Gakpo เป็นคนแอสซิสต์ทั้งสองลูก
นั่นเป็นภาพที่บอร์นมัธไม่อยากเจอ
เพราะจุดหนึ่งของทีมเจ้าบ้านคือพวกเขาชอบดันเกมขึ้นไปข้างหน้า และบางครั้งแนวรับจะเหลือพื้นที่ด้านหลัง
ถ้า Isak ได้วิ่งโจมตีช่องตรงนั้น เกมสามารถเปลี่ยนได้จากบอลเพียงหนึ่งจังหวะ
สิ่งที่ทำให้แนวรุกลิเวอร์พูลอันตรายกว่าเดิมคือ พวกเขาไม่ได้มีแค่กองหน้าตัวเป้า
Gakpo สามารถขยับจากริมเส้นเข้าด้านในได้
Barcola มีความเร็ว
Wirtz เป็นคนที่สามารถหาพื้นที่ระหว่างกองกลางกับกองหลัง
ส่วน Szoboszlai ก็มีทั้งพลังการวิ่งและลูกยิงจากระยะไกล ซึ่งล่าสุดเพิ่งยิงประตูสวยปิดเกมในชัยชนะ 3-1 เหนือสเปอร์ส
เพราะฉะนั้น หากบอร์นมัธพยายามปิด Isak ด้วยการเอาเซ็นเตอร์เข้าประกบแน่นเกินไป ช่องสำหรับนักเตะคนอื่นอาจเปิดขึ้นแทน
นี่คือโจทย์ยากของเจ้าบ้าน
จะถอยต่ำเกินไปก็อาจโดนลิเวอร์พูลกดอยู่หน้าเขตโทษ
แต่ถ้าดันสูงมากเกินไป ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงจากพื้นที่ด้านหลัง
ผมคิดว่า Marco Rose อาจต้องพยายามหาจุดสมดุลให้ดีมาก
บอร์นมัธสามารถเล่นกล้าได้
แต่ต้องกล้าแบบมีระเบียบ
โดยเฉพาะเวลาบอลอยู่กับ Mac Allister หรือ Wirtz เพราะหากสองคนนี้มีเวลาเงยหน้ามอง Isak แนวรับจะเจองานหนักทันที
การกลับมา Vitality Stadium ของ Iraola เพิ่มเรื่องราวให้เกมนี้มากกว่าสามแต้ม
บางครั้งฟุตบอลมีเกมที่น่าสนใจเพราะตำแหน่งบนตาราง
บางเกมน่าสนใจเพราะเป็นดาร์บี้
แต่เกมนี้มีเรื่องเล่าของคนคนหนึ่งอยู่ตรงกลาง
Andoni Iraola ใช้เวลาสามปีสร้างบอร์นมัธจนกลายเป็นทีมที่สามารถจบอันดับ 6 พรีเมียร์ลีกและผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
ตอนนี้เขากำลังกลับมาที่สนามเดิม
แต่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
และสำหรับผม มันทำให้เกมนี้มีอารมณ์บางอย่างที่ตัวเลขในตารางไม่สามารถอธิบายได้
Iraola รู้จักทีมเก่าดี
แต่ก็ต้องยอมรับด้วยว่าบอร์นมัธภายใต้ Marco Rose ไม่ใช่ทีมเดิมทั้งหมด
แนวทางบางอย่างยังมีความดุดันเหมือนเดิม แต่โค้ชใหม่ย่อมมีรายละเอียดของตัวเอง
นั่นทำให้เกมนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่อง “กุนซือเก่ารู้ทางทีมเดิม”
ในทางกลับกัน บอร์นมัธก็อาจรู้ว่าทีมของ Iraola ต้องการสร้างสถานการณ์แบบไหน
นักเตะที่เคยซ้อมกับเขาย่อมรู้ว่าโค้ชรายนี้ต้องการให้ทีมเพรสตรงไหน วิ่งแบบไหน และพยายามสร้างความผิดพลาดจากคู่แข่งอย่างไร
เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าในช่วงต้นเกมอาจมีการลองเชิงกันมากกว่าที่คาด
ต่างฝ่ายต่างรู้ข้อมูลของอีกฝั่งค่อนข้างเยอะ
สิ่งที่จะตัดสินอาจไม่ใช่แผนตั้งต้น
แต่เป็นว่าใครปรับตัวได้เร็วกว่าหลังเกมเริ่มไปแล้ว
ถ้าบอร์นมัธสามารถหาวิธีเล่นผ่านเพรสของลิเวอร์พูลได้ Iraola อาจต้องแก้รูปเกม
แต่ถ้าลิเวอร์พูลบังคับให้เจ้าบ้านเสียบอลในแดนตัวเองได้บ่อย ๆ เกมนี้ก็อาจกลายเป็นคืนที่ยาวนานของแนวรับบอร์นมัธ
อีกด้านหนึ่ง ผมคิดว่าแฟนบอลใน Vitality Stadium น่าจะมีความรู้สึกพิเศษกับ Iraola อยู่ไม่น้อย หลังสิ่งที่เขาทำไว้กับสโมสร
แต่เมื่อเกมเริ่มขึ้น ความรู้สึกเหล่านั้นน่าจะถูกวางไว้ข้างสนาม
เพราะบอร์นมัธต้องการชัยชนะพรีเมียร์ลีกนัดแรก
ส่วน Iraola ก็ต้องการสามแต้มให้ทีมใหม่ของตัวเอง
ลิเวอร์พูลดูมีตัวเลือกมากกว่า แต่บอร์นมัธมีเหตุผลพอที่จะเชื่อว่าเกมนี้สู้ได้
เมื่อมองภาพรวม Bournemouth vs Liverpool ลิเวอร์พูลมีขุมกำลังและทางเลือกที่มากกว่าอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะในช่วงที่โปรแกรมเริ่มถี่
เกมคาราบาวคัพกับสเปอร์สแสดงให้เห็นว่า Iraola สามารถเปลี่ยนผู้เล่นถึง 10 ตำแหน่ง แล้วยังพาทีมชนะ 3-1 ได้
นั่นเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ
เพราะบอร์นมัธมีเกมยูโรปาลีกที่สเปนก่อนหน้าเพียงไม่กี่วัน และต้องเดินทางกลับมาเล่นเกมใหญ่ในลีกทันที
แต่ผมก็ยังไม่คิดว่าเกมนี้จะง่ายสำหรับลิเวอร์พูล
เจ้าบ้านอาจยังไม่ชนะในพรีเมียร์ลีก แต่สามจากสี่เกมจบด้วยผลเสมอ และหลายช่วงพวกเขาเล่นได้ดีกว่าผลลัพธ์ที่ออกมา
โดยเฉพาะเกมกับเบรนท์ฟอร์ดที่ทีมมีโอกาสชนะจริง ๆ แต่พลาดจากรายละเอียดเล็กน้อย
สิ่งที่บอร์นมัธต้องแก้จึงไม่ใช่การเปลี่ยนวิธีเล่นทั้งหมด
แต่เป็นการลดความผิดพลาด
เพราะกับลิเวอร์พูล ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นประตูทันที
ส่วนทีมเยือน สิ่งที่ต้องการคือความต่อเนื่อง
พรีเมียร์ลีกสี่นัดแรก ลิเวอร์พูลชนะหนึ่งและเสมอสาม แม้ยังไม่แพ้ แต่ถ้าต้องการอยู่ในกลุ่มบนของตาราง ทีมจำเป็นต้องเริ่มเปลี่ยนเกมที่สูสีให้กลายเป็นสามแต้มมากขึ้น
เกมนี้จึงมีความหมายกับทั้งสองทีมคนละแบบ
บอร์นมัธต้องการชัยชนะเพื่อยืนยันว่าผลงานที่ดูดีในหลายช่วงสามารถเปลี่ยนเป็นผลการแข่งขันได้จริง
ลิเวอร์พูลต้องการชัยชนะเพื่อสร้างโมเมนตัมหลังผ่านช่วงต้นฤดูกาลที่มีแต้มหลุดมือมากกว่าที่ต้องการ
สำหรับผม ช่วงต้นเกมและประตูแรกจะสำคัญมาก
ถ้าบอร์นมัธได้ก่อน เกมจะเปิดทันที
แฟนบอลในสนามจะเข้ามามีส่วน เจ้าบ้านจะเล่นด้วยความมั่นใจ และลิเวอร์พูลจะถูกบังคับให้เปิดเกมมากขึ้น
แต่ถ้าหงส์แดงได้ประตูก่อน บอร์นมัธอาจต้องดันเกมสูงกว่าเดิม
และนั่นจะเป็นสถานการณ์ที่ผู้เล่นแนวรุกของลิเวอร์พูลชอบมาก
เกมนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องว่าทีมไหนมีนักเตะชื่อดังกว่า
มันคือเกมของการเพรส การใช้พื้นที่ ความสดของผู้เล่น และความผิดพลาดเล็ก ๆ ที่อาจเปลี่ยนทั้ง 90 นาที
ยิ่งมีเรื่องการกลับถิ่นเก่าของ Iraola เข้ามาอีก Bournemouth vs Liverpool จึงเป็นหนึ่งในคู่พรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ที่มีเรื่องให้ติดตามมากกว่าที่เห็นบนหน้าตารางแข่งขันครับ















